โรคซึมเศร้า”รุนแรง”กว่าที่คิด


โรคซึมเศร้า”รุนแรง”กว่าที่คิด

โรคซึมเศร้า”รุนแรง”กว่าที่คิด

โรคซึมเศร้า”รุนแรง”กว่าที่คิด เรามาทำความรู้จักกับโรคซึมเศร้ากันดีกว่า โรคซึมเศร้าคือโรคทางจิตเวชที่เราสามารถพบได้บ่อยที่สุด ไม่ใช่ว่าคนที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้านั้น จะเป็นคนบ้าหรือคนสติไม่ดีนะ แต่เป็นคนที่มีอาการป่วยทางอารมณ์ซึ่งต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วนที่สุดเพราะถ้าหากเราปล่อยไว้ ผู้ที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าอาจเกิดการคิดสั้นหรือฆ่าตัวตายได้เลย ในปัจจุบันประเทศไทยนั้นมีผู้ป่วยโรคซึมเศร้าเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ และยังมีผู้ป่วยที่ไม่การแสดงอาการหรืออาจไม่รู้ตัวว่าตัวเองนั้นป่วยเป็นโรคซึมเศร้า มีผู้ป่วยอีกหลายรายที่ยังไม่ได้รับการรักษา ดังนั้นโรคซึมเศร้าจึงเป็นเรื่องสำคัญที่เราควรหันมาใส่ใจ

โรคซึมเศร้า”รุนแรง”กว่าที่คิด

สาเหตุที่ทำให้ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า

  • เกิดจากความผิดปกติของสารเซโรโทนินในสมอง มีปริมาณที่ลดลง ทำให้ผู้ป่วยมีอาการป่วยทั้งร่างกายและจิตใจ
  • สภาพทางจิตใจของผู้ป่วยที่เกิดจากการเลี้ยงดู ก็เป็นปัจจัยที่เสี่ยงอีกประการหนึ่งต่อการเกิด โรคซึมเศร้า เช่นกัน คนที่ขาดความภูมิใจในตนเองหรือคนที่ถูกมองข้ามความสำคัญ นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้โลกของเขาแคบลงเริ่มไม่มีความมั่นใจในตัวเองกลายเป็นคนที่มองโลกในแง่ลบตลอดเวลาเครียดง่ายเมื่อเจอกับปัญหาต่างๆในชีวิตสิ่งเหล่านั้นล้วนทำให้เขาเหล่านั้น มีโอกาสป่วยง่ายขึ้น
  • อีกหนึ่งสาเหตุคือ เกิดจากความเครียด การเผชิญกับสถานการณ์เลวร้าย เช่น หากชีวิตพบกับการสูญเสียครั้งใหญ่ต้องเจ็บป่วยเรื้อรัง ความสัมพันธ์กับคนใกล้ชิดมีความไม่ราบรื่น หรือต้องมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ต้องการ ก็อาจกระตุ้นให้โรคซึมเศร้ากำเริบได้
โรคซึมเศร้าจะมีอาการ

โรคซึมเศร้าจะมีอาการดังนี้

  • ผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามักจะมีอาการรู้สึกเศร้าใจ หงุดหงิด หม่นหมอง หรือไม่สบายใจ รู้สึกกังวลใจ
  • มีน้ำหนักลดลง หรือเพิ่มขึ้น ความอยากอาหารเปลี่ยนไป จากที่เคยทานมากๆ กลับทานได้น้อยลง
  • ไม่สนใจต่อสิ่งแวดล้อมรอบข้าง หรือสิ่งที่เคยให้ความสนุกสนานในอดีต
  • คนที่เป็นโรคซึมเศร้า จะรู้สึกผิด สิ้นหวัง หรือรู้สึกว่าตนเองไร้ค่าอยู่ตลอดเวลา
  • บางคนอาจนอนไม่หลับ หรือนอนมากเกินกว่าปกติ
  • มีความอ่อนเพลีย ไม่มีเรี่ยวแรง เมื่อยล้า
  • มีความจำแย่ลงไม่มีสมาธิ ไม่สามารถตัดสินใจเองได้
  • ที่สำคัญจะคิดถึงแต่ความตาย อยากที่จะฆ่าตัวตาย ไม่สามารถเลิกคิดเรื่องนี้ได้เลย
  • มีความกระวนกระวายใจ และไม่อยากทำกิจกรรมใดๆในตลอดการใช้ชีวิตในแต่ละวัน
การรักษาโรคซึมเศร้า

การรักษาโรคซึมเศร้า

สามารถรักษาได้โดยวิธีการรักษาทางจิตใจ และอาจจะต้องรักษาด้วยยาหลายชนิด โดยระยะเวลาจะขึ้นอยู่กับการตอบสนองของแต่ละคน  บางคนอาจต้องการการรักษาหลายอย่างร่วมกัน การรับประทานยาจะทำให้อาการของโรคดีขึ้นเร็ว แต่ในขณะที่การรักษาทางจิตใจจะช่วยให้เหมือนมี ภูมิคุ้มกันสามารถต่อสู้กับปัญหาที่จะเข้ามาได้ดีกว่าเดิมส่วนใหญ่แล้วการรักษาโรคซึมเศร้าไม่จำเป็นต้องมานอนรักษาในโรงพยาบาลแต่อย่างไร เมื่ออาการของโรครุนแรง จนอาจมีอันตรายจากการพยายามฆ่าตัวตาย หรือผู้ป่วยไม่สามารถกินยาได้ หรือไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยา อาจให้การรักษาด้วยไฟฟ้า แต่จะใช้ในกรณีที่จำเป็นเท่านั้น

การรักษาโรคซึมเศร้าด้วยยาก็อาจจะมีผลข้างเคียงตามมา

ยารักษาโรคซึมเศร้า มีผลข้างเคียงอยู่บ้างกับผู้ใช้บางคนอันอาจก่อความรำคาญ แต่ไม่อันตราย อย่างไรก็ตามเมื่อรู้สึกว่ามีผลข้างเคียงของยาเกิดขึ้น กรุณาแจ้งให้แพทย์ทราบ ผลข้างเคียงต่อไปนี้มักเกิดจากกลุ่มยา tricyclics ซึ่งเป็นกลุ่มยาที่ถูกสั่งใช้บ่อยที่สุด และเราได้แนะนำวิธีบรรเทาผลข้างเคียงไว้ท้ายข้อแล้วดังนี้

1.อาการง่วงนอน  อาการอาจหายไปเอง พยายามอย่าขับรถ หรือทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ถ้าหากง่วงมากในช่วงเช้าให้เลื่อนยามื้อก่อนนอนมากินในช่วงหัวค่ำก็ได้

2.อาการปากแห้งคอแห้ง  ควรดื่มน้ำบ่อยๆ และเคี้ยวหมากฝรั่งที่ไม่มีน้ำตาล จะต้องรักษา ช่องปากให้ดีด้วยนะ

3.ปัญหาทางเพศ  อาจมีปัญหาขณะร่วมเพศได้บ้าง ซึ่งเราสามารถปรึกษาแพทย์ได้

4.อาการท้องผูก  การกินอาหารที่มีกาก มีฤทธิ์ระบายอ่อนๆ ผักและผลไม้ เช่น มะขามส้มโอ มะละกอ

5.ปัญหาการถ่ายปัสสาวะ  อาจมีการถ่ายปัสสาวะลำบาก ปัสสาวะไม่พุ่งเช่นเคย อาจใช้มือกอหน้าท้องช่วยและปรึกษาแพทย์

6.เวียนศีรษะ  ตาพร่ามัว  ลุกจากเก้าอี้ หรือเตียงช้าๆ ให้ดื่มน้ำมากขึ้น อาการเหล่านี้จะหายไปอย่างรวดเร็ว แค่เราพักสักระยะ

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเปลี่ยนความคิดและเลิกมองโลกในแง่ร้ายเพราะคนที่มองโลกในแง่ร้ายนั้นมักเป็นคนที่ซึมเศร้าได้ง่าย ลองคิดและพิจารณาดูว่าสิ่งที่เราทำอยู่นั้นมันใช่ความเป็นจริงไหม  ถ้าไม่เป็นไปตามที่เราคิดเราก็ควรมองข้ามสิ่งเหล่านั้นไป เพราะมันไม่มีผลดีอะไรต่อชีวิตของเราเลย การหาอะไรมาทำ เมื่อได้ลงไม้ลงมือทำ ไม่จำเป็นจะต้องเป็นงานที่สำคัญขอแค่ได้ลงมือทำเป็นใช้ได้ เช่น ถักไหมพรม กวาดบ้านถูบ้าน  รดน้ำต้นไม้ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจไม่ให้เกิดความคิดฟุ้งซ่าน และความคิดเหล่านั้นจะลดลงทำให้อารมณ์ของเราดีขึ้นอีกด้วย

ช่วงบ่าย ๆ พลังงานที่ชาร์จมาก็เริ่มหมด อาการง่วงเหงาหาวนอนเริ่มถามหา หลายคนก็เริ่มมองหาของจุกจิกกินแก้ง่วง แต่ถ้ากินแบบไม่เลือกก็อาจจะอ้วนหรือเสียสุขภาพเอาได้ เราจึงมี ไอเดียของกิน ที่มนุษย์ออฟฟิศควรมีติดโต๊ะทำงานไว้ ของกินเหล่านี้ไม่เพียงแต่แก้ง่วง แก้หิวเท่านั้น ยังได้ประโยชน์ด้วย

หิวได้ทั้งวัน อยากกินนั่นนี่อยู่ตลอดเวลา ซึ่งความหิวหรือความอยากอาหารที่เกิดขึ้นนี้ นอกจากจะส่ง ผลเสียต่อสุขภาพ เช่น ทำให้น้ำหนักตัวขึ้น ยังส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของคุณด้วย บางคนอาจหิวจัดจนถึงขั้นถ้าไม่ได้กินก็ไม่มีสมาธิทำงานกันเลยทีเดียว